เว็บไซต์ที่เหมือนดูหนังอยู่ สกรอลลงไปแล้วมีกล้องบินเข้าไปใน ice crystal ระดับโมเลกุล หรือบินทะลุผ่านแคปซูลยาที่กำลังละลายช้าๆ ฟังดูเหมือนงาน production house ใหญ่ แต่ความจริงแล้วสร้างได้ด้วย AI ในราคาไม่ถึง $2 ต่อเว็บ Nick Saraev จาก YouTube channel @nicksaraev แชร์ workflow ทั้งหมดพร้อม prompt แบบ copy-paste ทำให้ใครก็ตามที่ใช้ terminal เป็นบ้างสามารถสร้าง cinematic scroll experience แบบนี้ได้เอง
แนวคิดหลักที่ทำให้เว็บแบบนี้ดูมีมิติกว่าความเป็นจริงมาก คือ scroll-bound video playback ทุก frame ของวิดีโอถูก map กับตำแหน่ง scroll ของผู้ใช้ สกรอลลงกล้องเดินหน้า สกรอลขึ้นกล้องถอยหลัง ผู้ใช้รู้สึกว่ากำลัง "เดินผ่าน" โลกในวิดีโอ ทั้งที่จริงๆ ตัวเว็บไม่มี 3D engine อะไรซับซ้อนเลย มันคือ video ใน background ที่ seek ตามตำแหน่ง scroll บวก overlay text และ navigation section แค่นั้นเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ดูเหนือความคาดหมายมาก
- เว็บ cinematic scroll คือ video ผูกกับ scroll wheel ไม่ใช่ 3D engine จริงๆ
- สร้างวิดีโอด้วย Higgs Field / Cinematic Studio 3.0 จาก text prompt แล้ว interpolate frame 30fps → 60fps ด้วย ByteDance AIGC
- Kimi Code ต่อ MCP เข้า Higgs Field ได้โดยตรง ทำ pipeline อัตโนมัติทั้งหมดในที่เดียว
- มี master prompt ตัวเดียวที่รัน end-to-end ตั้งแต่ concept จนถึง Netlify/Vercel deploy
Kimi K3 คืออะไร และทำไมถึงถูกกว่าที่คิด
Kimi K3 เป็น frontier model ตัวล่าสุดจาก Moonshot บริษัทจากจีนที่อยู่เบื้องหลัง Kimi chatbot มาหลายปีแล้ว ในแง่ความสามารถ K3 อยู่ในระดับเดียวกับ GPT-4o หรือ Claude Sonnet แต่จุดแข็งที่ทำให้น่าสนใจสำหรับงาน agentic คือราคาที่ถูกกว่ามาก ทำให้สามารถรัน task ที่ใช้ token เยอะๆ ได้ในต้นทุนต่ำ
ตัวที่ใช้สร้างเว็บในกรณีนี้ไม่ใช่ Kimi chat ธรรมดา แต่คือ Kimi Code ซึ่งเป็น CLI agent ที่ทำงานใน terminal เหมือน Claude Code หรือ Cursor ต่างกันตรงที่ Kimi Code subscribe แบบรายเดือนในราคาไม่กี่ดอลลาร์ มีหลาย tier ตั้งแต่ Moderato ขึ้นไปถึง Vivace ขึ้นอยู่กับความต้องการ ติดตั้งง่ายด้วย curl command เดียว แล้ว type kimi ใน terminal ก็ใช้งานได้เลย
สาเหตุที่ราคาสุดท้ายของเว็บออกมาแค่ 1-2 ดอลลาร์ เป็นเพราะ Kimi Code เป็นส่วนที่ถูกที่สุดในทั้ง pipeline ค่าใช้จ่ายจริงๆ คือ video generation credit บน Higgs Field ประมาณ 80 credits ต่อ 1 วิดีโอ แต่เมื่อมองต้นทุนรวมต่อเว็บ 1 หน้าที่ได้ cinematic experience ขนาดนั้น ถือว่าน่าประหลาดใจมาก
Concept คือหัวใจของงาน
ก่อนลงมือทำอะไร ต้องมี concept ของวิดีโอก่อน ซึ่งสามารถให้ Kimi K3 generate ไอเดียให้ได้เลย 10 แบบพร้อมกัน โดยใช้ prompt ที่บอกว่าต้องการ "scroll-driven commercial landing page concept ที่วิดีโอต้องเป็น single continuous 8-second extreme macro journey"
AI จะคืนค่ามาเป็น concept เช่น กล้องเริ่มที่ผิว gelatin ของแคปซูลยาที่กำลังละลาย บินเข้าไปใน cloud ของผงสีขาว ดริฟผ่าน granule ที่รับแสงเหมือน snow globe แล้วมาจบที่ droplet บน skin ที่เปิด pore ออก concept พวกนี้เป็นงาน ideation ที่ AI ทำได้ดีมาก เพราะมองไอเดียเป็น probability space และ sample ออกมาเร็วกว่ามนุษย์มาก สิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าคือการ "เลือก" ด้วย taste ว่าอันไหนจะโดนใจ target audience ของตัวเอง
จาก concept ก็แปลงเป็น video prompt สำหรับโมเดล video generation โดย prompt ที่ดีต้องระบุ movement, lighting, texture, duration และ perspective อย่างละเอียด Kimi K3 ช่วย transform concept ที่เลือกไว้ให้กลายเป็น prompt คุณภาพสูงที่ video model รับไปสร้างได้ทันที
สร้างวิดีโอ Cinematic ด้วย Higgs Field
Higgs Field คือ platform ที่รวม video generation model หลายตัวไว้ในที่เดียว โดยโมเดลที่เลือกใช้ในงานนี้คือ Cinematic Studio 3.0 เพราะให้ output ที่ดีที่สุดสำหรับงาน macro journey ณ เวลานั้น ขั้นตอนทำงานคือ paste prompt เข้าไป เลือก resolution 16:9 สำหรับ desktop (หรือ 9:16 ถ้าต้องการ mobile/Instagram) ตั้ง duration ที่ 8 วินาที แล้วกด generate ใช้ประมาณ 80 credits ต่อวิดีโอ
เทคนิคที่ประหยัดเวลาคือ generate หลาย concept พร้อมกัน เพราะ video model ทำงาน parallel ได้ แทนที่จะรอทีละอันก็ส่ง 3 prompt ไปพร้อมกัน ได้ทางเลือกมากขึ้น และเผื่อผลออกมาไม่ถูกใจก็มีสำรอง ซึ่งสำคัญมากเพราะ AI output ที่พอใจได้จริงๆ มักอยู่ที่ราว 30-50% ของทั้งหมดที่ generate นั่นหมายความว่าการ batch generate เป็น standard workflow ที่ดีกว่ารอทีละอัน
Frame Interpolation — เหตุผลที่ Scroll ต้องลื่น
วิดีโอที่ generate ออกมาปกติอยู่ที่ 30fps ซึ่งดูโอเคสำหรับวิดีโอทั่วไป แต่สำหรับ scroll-bound playback มันไม่พอ เพราะเมื่อผู้ใช้สกรอลช้าๆ หรือหยุดกลางคัน จะเห็น individual frame แต่ละ frame ชัดเจน ทำให้รู้สึก choppy มากกว่าจะรู้สึก cinematic
วิธีแก้คือ frame interpolation หลักการคือเอา frame 1 กับ frame 2 มา generate frame ใหม่แทรกตรงกลาง ทำแบบนี้ตลอด video เพื่อเพิ่ม fps จาก 30 เป็น 60fps โมเดลที่เลือกใช้คือ ByteDance AIGC ผ่าน Higgs Field เช่นกัน เมื่อได้ 60fps แล้ว ปัญหา choppiness ในการสกรอลแทบหายไปทั้งหมด ผลลัพธ์คือ smooth cinematic movement ที่ผู้ใช้รู้สึกว่ากำลังควบคุมกล้องอยู่จริงๆ
ขั้นตอนนี้ไม่ใช่ optional แต่เป็น necessary step สำหรับ cinematic scroll experience ที่ดี เพราะ 30fps อาจดูเหมาะสมเมื่อดูวิดีโอปกติ แต่พอ bind กับ scroll wheel แล้ว การที่ผู้ใช้หยุด scroll กลางคันเป็นเรื่องปกติมาก ซึ่งทำให้เห็น frame แต่ละอันชัดเจน
ต่อ MCP และรัน Pipeline ทั้งหมดใน Terminal เดียว
สิ่งที่ทำให้ workflow นี้มีพลังจริงๆ คือการที่ Kimi Code connect กับ Higgs Field ผ่าน MCP (Model Context Protocol) ซึ่งหมายความว่าแทนที่จะต้องก็อป prompt จาก Kimi ไปแปะใน Higgs Field แล้วดาวน์โหลดวิดีโอมาด้วยตัวเอง Kimi สามารถยิง API ตรงไปที่ Higgs Field ได้เลยจาก terminal หน้าเดียว ตั้งค่า MCP ทำได้ง่ายมาก copy command จากหน้า MCP & CLI ของ Higgs Field แล้วบอก Kimi ว่า "install this MCP" มันจะสร้าง mcp.json ให้อัตโนมัติ
เมื่อ connect แล้ว ก็ paste site prompt ที่ยาวมากเข้าไปใน Kimi Code พร้อม path ของวิดีโอและ concept prompt ที่ใช้ generate Kimi จะ build HTML/CSS/JS ที่ bind video กับ scroll เพิ่ม section navigation และ output เป็น static site พร้อม deploy บน Netlify หรือ Vercel เมื่อพร้อม deploy ก็แค่ให้ access token กับ Kimi แล้วสั่งให้ deploy ได้เลยโดยไม่ต้องออกจาก terminal
สิ่งที่ทำให้ workflow สมบูรณ์แบบจริงๆ คือมี master prompt เดียว ที่รวมทุก step ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ concept generation, video gen, interpolation, site build ไปจนถึง deploy แค่ paste prompt ยาวนี้เข้า Kimi แล้วตอบ 2 คำถาม เช่น "สนใจ industry ไหน" หรือ "มี creative direction ไหม" ก็ได้เว็บออกมา
บทสรุป
สิ่งที่น่าสนใจใน workflow นี้ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือโมเดลการทำงานที่ AI รับหน้าที่ขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งหมดตั้งแต่ ideation ไปจนถึง code และ deploy ในขณะที่มนุษย์ทำหน้าที่แค่ "เลือก" ด้วย taste ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่า AI อยู่เสมอ
สำหรับใครที่อยากลองทำ เริ่มจากทำความเข้าใจ concept scroll-bound video ก่อน จากนั้นลอง generate วิดีโอสักชิ้นบน Higgs Field เพื่อดู output จริงๆ แล้วค่อยขยับมาต่อ pipeline ทั้งหมดเมื่อรู้สึกพร้อม เพราะ pipeline อัตโนมัติจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อเข้าใจแต่ละ step ที่มันกำลังทำอยู่ก่อน


