🔥 โปรโมชั่นLifetime เหลือ ฿3,990 (จาก ฿7,990)ดูเลย →
Tutorial16 กันยายน 2569·7 นาที

Meta Muse, ChatGPT จำสไตล์เขียน และ Grok อัปเดต 3 ฟีเจอร์ใหม่

AiCEO Academy

AiCEO Academy

ผู้ก่อตั้ง AiCEO Academy · ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI

Meta Muse, ChatGPT จำสไตล์เขียน และ Grok อัปเดต 3 ฟีเจอร์ใหม่
สรุปสั้นๆ
  • ▸Meta Muse คือ AI agent ตัวใหม่จาก Meta ใช้งานได้แบบ Grok Bot แต่มี agent เดียวและมีฟีเจอร์ Feed + Goal ที่น่าสนใจ
  • ▸ChatGPT ตอนนี้ดึงสไตล์การเขียนจาก email, Slack, Documents มาช่วยร่างข้อความแทนเราได้ตรงกว่าเดิม
  • ▸Grok Bot อัปเดต 3 อย่าง: login ในแชทเลย, ดูแก้ email draft ในหน้าเดียว, และสลับหลาย account ได้ด้วยคลิกเดียว
  • ▸ต่อ Grok เข้า Blot (MCP) → สั่งโพสต์ + ตั้ง DM automation อัตโนมัติได้จบในแชทเดียว

สัปดาห์เดียวอัปเดตหนักมาก Meta ปล่อย Muse AI agent ตัวใหม่แข่ง Grok Bot, ChatGPT เรียนรู้สไตล์การเขียนจาก email/Slack ได้แล้ว และ Grok เพิ่ม 3 ฟีเจอร์ที่ทำให้ workflow ลื่นกว่าเดิมมาก

Brock Mesarich จากช่อง AI for Non Techies สรุปข่าว AI ประจำสัปดาห์ไว้ได้ตรงประเด็น โดยสัปดาห์นี้มีสามเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน — Meta ปล่อย AI agent ตัวใหม่ชื่อ Muse, ChatGPT แก้ปัญหาที่หลายคนบ่นมานาน และ Grok Bot เพิ่มฟีเจอร์ที่ทำให้ workflow ประจำวันลื่นขึ้นชัดเจน สามเรื่องนี้ไม่ใช่ข่าว hype ลอยๆ แต่เป็นฟีเจอร์ที่จับต้องได้และนำไปลองได้ทันที

สรุปสั้น ๆ

  • Meta Muse เปิดตัว 8 กันยายน — เป็น AI agent ที่มี Feed, Goal tracker, Heartbeat (scheduled task) และต่อ Instagram/Facebook Messenger ได้
  • ChatGPT เพิ่ม Writing Style จาก Slack, Gmail, Documents — เปิดใช้ได้ใน Personalization > Writing
  • Grok Bot อัปเดต: login ในแชท, email draft ในหน้าเดียว, multi-account switching
  • ต่อ Zapier MCP เข้า ChatGPT ได้เพื่อขยายการเชื่อมต่อกว่า 9,000 แอป
  • ต่อ Blot MCP เข้า Grok → โพสต์ carousel + ตั้ง DM automation อัตโนมัติ

Meta Muse คืออะไร และต่างจาก Grok Bot ยังไง

Meta Muse เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา มันคือ AI agent ของ Meta ที่ทำงานได้หลายอย่าง ตั้งแต่ค้นหาข้อมูล ทำ task ซ้ำๆ ไปจนถึงใช้ virtual browser เพื่อทำสิ่งต่างๆ แทนเราบนเว็บ เช่น จองตั๋วเครื่องบิน สิ่งที่เหมือน Grok Bot มากคือมันมี computer use ในตัว ซึ่งหมายความว่า Muse สามารถเปิด browser เองและทำ task ที่ต้องใช้หน้าจอได้

ข้อแตกต่างที่ชัดที่สุดคือ Grok Bot ให้สร้างหลาย agent ได้ (ใครที่ใช้อยู่จะเข้าใจทันที — เราสร้าง agent แยกได้ 10-12 ตัว แต่ละตัวทำงานของมัน) ส่วน Muse มี agent เดียว แต่มี side chat ให้แยก conversation ออกมาเป็นกลุ่มได้ ทำให้งานไม่ปนกัน

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน Muse มี 3 อย่างที่ไม่มีใน Grok Bot ตอนนี้ อย่างแรกคือ Feed — เหมือน morning brief อัตโนมัติที่ดึงข้อมูลจาก apps ที่เชื่อมต่อมาสรุปให้ทุกเช้า เราสั่งว่าอยากเห็นอะไร เช่น ข่าว AI หรืออัปเดตธุรกิจ แล้วมันจะ curate ให้ตามนั้น อย่างที่สองคือ Goals — ตั้งเป้าหมายเป็นหมวดหมู่ได้ เช่น เป้าสุขภาพ แล้ว Muse จะสร้าง artifact เพื่อ track ความคืบหน้าให้ เช่น ตาราง protein intake ที่เราอัปเดตได้แค่บอก Muse ว่ากินอะไรไป อย่างที่สามคือ Heartbeat ซึ่งคือ scheduled/recurring task — สั่ง Muse ให้ทำอะไรซ้ำทุก 30 นาที ทุกวัน หรือกำหนดเองได้

จุดที่ทำให้ Meta Muse แตกต่างจากคู่แข่งจริงๆ คือ connector ที่รองรับ Instagram และ Facebook Messenger ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใน Grok Bot แปลว่าถ้าใครรัน social media account หรือ marketing agency สั่งให้ Muse ดึง stats หรือทำ task บน social ได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่ถึงกับเปลี่ยนเกม Grok Bot ที่ใช้อยู่ยังทำได้มากกว่าในแง่ multi-agent workflow และมีฟีเจอร์ที่ mature กว่า สิ่งที่เรื่อง Muse บอกเราได้ชัดกว่าคือ ทุก platform กำลังแข่งกันสร้าง consumer AI agent — และถ้าแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง Claude กับ OpenAI น่าจะมีของลักษณะนี้ตามมาไม่นาน

ChatGPT เรียนรู้สไตล์การเขียนของเรา

ฟีเจอร์ที่ ChatGPT เพิ่งเพิ่มมาคือ Writing Style ซึ่งแก้ปัญหาที่คนใช้ AI เขียน email แล้วได้ภาษาที่ฟังดูไม่ใช่ตัวเอง ระบบนี้จะดึงข้อมูลจาก Slack, Gmail หรือ Documents ที่เชื่อมต่อไว้ แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าเราสื่อสารแบบไหน ใช้ tone อะไร รูปประโยคเป็นยังไง จากนั้นเวลาสั่งให้ ChatGPT ร่าง email หรือข้อความ มันจะเขียนตามสไตล์จริงของเรา ไม่ใช่สไตล์ AI ทั่วไป

วิธีเปิดใช้ไม่ซับซ้อน เข้า ChatGPT → ไปที่ Personalization → เลื่อนลงมาจนเห็น Writing → toggle เปิด "reference my writing style" → เลือก apps ที่อยากให้ดึงข้อมูล จากนั้นก็กด use writing style ระบบจะใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีวิเคราะห์ email threads แล้วร่าง reply มาให้ เราแก้ได้โดยตรงในหน้าแชท หรือกด send ได้เลยโดยไม่ต้องไปเปิด Gmail

ฟีเจอร์นี้ไม่ใช่อะไรที่ dramatic แต่มันแก้ friction เล็กๆ ที่เกิดทุกวัน — เวลา ChatGPT ร่างให้แล้วต้องนั่งแก้ tone ทุกครั้งก่อนส่ง พอมี Writing Style แล้วขั้นตอนนั้นหายไปเกือบหมด

ต่อ ChatGPT กับแอปที่ไม่มีใน native connector

สำหรับแอปที่ ChatGPT ยังไม่มีในรายการ connector มาตรฐาน วิธีที่ใช้ได้จริงคือ Zapier MCP ซึ่งต่อ ChatGPT เข้ากับแอปกว่า 9,000 ตัว วิธีตั้งค่าคือไปที่ Zapier → เลือก ChatGPT เป็น client → copy URL → กลับมาที่ ChatGPT เปิด developer mode ใน settings → paste URL → ตั้งชื่อ → ChatGPT จะ onboard ให้เองโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม จากนั้นกลับไปที่ Zapier เลือก apps ที่อยากเพิ่ม เช่น email marketing software แล้วเลือก actions ที่ต้องการ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที

การที่ MCP กลายเป็น standard ทำให้ AI agent แต่ละตัวไม่ต้องสร้าง connector เองทุกอัน — Zapier เป็นตัวกลางที่เชื่อมทุกอย่างได้ทันที และ pattern นี้ใช้ได้กับ Claude และ Grok Bot ด้วย

Grok Bot 3 ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ workflow ลื่นขึ้นจริง

สัปดาห์นี้ Grok Bot อัปเดต 3 อย่างที่ดูเล็กแต่ผลต่อการใช้งานจริงชัดมาก

อย่างแรกคือ login ในแชทได้โดยไม่ต้องออกไป เวลาที่ Grok ต้องการ access เว็บไซต์ไหน มันจะ pull up card ให้กรอก credentials ในหน้าแชทเลย ถ้าใช้ iPhone ยังกด autofill จาก Keychain ได้โดยตรง ไม่ต้องสลับแอป ไม่ต้องจำรหัสผ่าน

อย่างที่สองคือ email draft แสดงในหน้า Grok แทนที่จะต้องไปเปิด Gmail เพื่อดูร่างที่ Grok สร้างไว้ ตอนนี้ draft จะโผล่ในแชทเลย มีช่อง To, CC, Subject ให้แก้ได้ทันที และกด send ได้จาก Grok โดยตรง ฟีเจอร์นี้ดูเหมือนเล็กน้อยแต่สำหรับคนที่ใช้ Grok ตอบ email ทุกวัน มันลด step ไปได้จริงๆ

อย่างที่สามคือ multi-account switching สลับระหว่างหลาย email account ได้ด้วยคลิกเดียว เหมาะสำหรับคนที่มีทั้ง account ส่วนตัวและ business ไม่ต้องกังวลว่า agent ทั้งสองจะปนกัน

ต่อ Grok เข้า Blot เพื่อโพสต์และตั้ง DM automation

นอกจาก 3 ฟีเจอร์ใหม่ ยังมี use case น่าสนใจที่แสดงให้เห็นว่า Grok Bot ต่อเข้า MCP ได้อย่างไร Blot คือ platform ที่ schedule โพสต์ social media ได้ พร้อมทำ DM automation (เหมือน ManyChat แต่ตั้งค่าผ่าน AI agent แทน)

ขั้นตอนคือเข้า Blot → ไปที่ API → copy MCP config → เข้า Grok Bot → paste และสั่งให้ add MCP server จากนั้นทุกอย่างทำในแชทได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสั่งโพสต์ carousel ที่สร้างจาก Grok ลง Instagram พรุ่งนี้ 8 โมงเช้า หรือตั้ง DM automation ว่าใครคอมเมนต์คำอะไรให้ส่ง link อะไรกลับ Grok จะติดต่อ Blot ให้เองทั้งหมด ผลคือได้ workflow ที่สั่งในแชทเดียวจบ ตั้งแต่สร้างคอนเทนต์ไปจนถึงโพสต์และตั้ง automation

บทสรุป

สัปดาห์นี้แสดงให้เห็น pattern ชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า AI agent กำลังกลายเป็น interface หลักที่เราใช้ควบคุมแอปต่างๆ แทน ไม่ว่าจะเป็น Meta ที่ต่อ Instagram ได้โดยตรง, ChatGPT ที่เรียนรู้วิธีที่เราเขียน หรือ Grok ที่ทำให้ email workflow ลื่นขึ้น สิ่งที่ควรลองก่อนคือ Writing Style ใน ChatGPT เพราะเปิดได้ใน 2 นาทีและเห็นผลทันที ส่วนคนที่ใช้ Grok Bot อยู่แล้ว ลองดู Blot MCP เพื่อต่อ social posting เข้ามาในแชทเดียวกันได้เลย

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

Meta Muse ต่างจาก Grok Bot ยังไง+

Grok Bot ให้สร้างหลาย agent ได้ ส่วน Muse มี agent เดียวแต่มีฟีเจอร์ Feed, Goal tracker และต่อ Instagram/Facebook Messenger ได้โดยตรง

ChatGPT Writing Style เปิดใช้ยังไง+

เข้า ChatGPT → Personalization → เลื่อนลงมาหัวข้อ Writing → toggle เปิด reference my writing style → เลือก Gmail/Slack/Documents ที่ต้องการ

Blot คืออะไร+

Blot เป็น platform สำหรับ schedule โพสต์ social media พร้อม DM automation ต่อเข้า Grok Bot ได้ผ่าน MCP เพื่อสั่งโพสต์และตั้ง automation ในแชทเดียว

Zapier MCP ช่วยอะไร+

ต่อ ChatGPT, Claude หรือ Grok Bot เข้ากับแอปกว่า 9,000 ตัวที่ไม่มี native connector รองรับ ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องเขียนโค้ด

#meta muse#chatgpt#grok bot#ai agent#writing style#mcp#automation#social media#zapier#blot

แชร์บทความนี้:

🔥 โปรโมชั่นพิเศษ — Lifetime เหลือ ฿3,990 (จาก ฿7,990)ดูโปรโมชั่น →